All articles
Apple เลื่อน Siri รุ่นใหม่พลัง Gemini ออกไปอีก หลังเผชิญปัญหาเทคนิคหนัก

Apple เลื่อน Siri รุ่นใหม่พลัง Gemini ออกไปอีก หลังเผชิญปัญหาเทคนิคหนัก

14 มีนาคม 2569 07:35 4 min read

Apple เลื่อน Siri รุ่นใหม่พลัง Gemini ออกไปอีกครั้ง

ในช่วงต้นปี 2026 Apple สร้างความฮือฮาให้วงการเทคโนโลยีด้วยการประกาศความร่วมมือกับ Google เพื่อนำ Gemini AI มาเป็นเครื่องยนต์หลักของ Siri รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับ iOS 26.4 ในเดือนมีนาคม 2026 อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวต้องสะดุดลงอีกครั้ง เมื่อ Apple เผยว่าจำเป็นต้องเลื่อนฟีเจอร์สำคัญบางส่วนออกไปยัง iOS 26.5 ที่คาดว่าจะออกในเดือนพฤษภาคม และอาจต้องรอถึง iOS 27 ในช่วงปลายปี 2026

แหล่งข่าวจาก Bloomberg และ TechCrunch ระบุว่าวิศวกรของ Apple กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาระบบที่ทำงานช้า บั๊กที่ตัดการทำงานกลางคัน และความยากในการรองรับคำถามที่มีหลายชั้น ในบางกรณี Siri รุ่นใหม่ยังหันกลับไปใช้ระบบ OpenAI ChatGPT เดิมแทนที่จะใช้ Gemini แม้ว่าสถานการณ์นั้นควรจะใช้งาน Gemini ได้อย่างปกติ

ดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์: Apple จับมือ Google

ข้อตกลงระหว่าง Apple และ Google ที่ประกาศในเดือนมกราคม 2026 ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในวงการ AI ของปีนี้ Apple เลือกใช้ Gemini ซึ่งเป็นโมเดล AI ขนาด 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ของ Google เพื่อขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud Compute ของตัวเอง เพื่อรักษามาตรฐานความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

มูลค่าของดีลนี้ถูกประเมินไว้สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยฝั่ง Google จะได้รับค่าตอบแทนในฐานะผู้ให้บริการโมเดล AI เบื้องหลัง ขณะที่จากมุมมองของผู้ใช้งาน Gemini จะทำงานในรูปแบบ White-label โดยไม่มีการแสดงตราสินค้าของ Google ใดๆ ผู้ใช้ iPhone จะยังคงเห็นและพูดคุยกับ Siri เช่นเดิม แต่เบื้องหลังจะขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทรงพลังกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาเทคนิคที่ทำให้ต้องเลื่อน: มีอะไรบ้าง?

รายงานจากแหล่งข่าวภายใน Apple ระบุถึงปัญหาหลายประการที่ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตัว:

  • ระบบมีความล่าช้าในการตอบสนอง (High Latency) ส่งผลให้ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
  • บั๊กที่ทำให้ Siri หยุดทำงานกลางคันขณะที่ผู้ใช้กำลังพูด
  • ความยากในการรองรับคำถามที่ซับซ้อนหรือมีหลายขั้นตอน (Multi-step Queries)
  • กรณีที่ระบบ fallback กลับไปใช้ ChatGPT แทน Gemini โดยไม่จำเป็น
  • การ Integrate ระหว่าง Gemini Model กับ Private Cloud Compute ยังไม่เสถียรพอ

แม้จะเผชิญกับความล่าช้าเหล่านี้ Apple ยืนยันผ่านแหล่งข่าวว่า Gemini-powered Siri ยังคง อยู่ในแผน สำหรับปี 2026 แต่ตารางเวลาที่แน่ชัดอาจเปลี่ยนแปลงได้

ความสามารถใหม่ที่รอคอย: Siri จะฉลาดขึ้นแค่ไหน?

เมื่อ Siri รุ่น Gemini-powered พร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้งานคาดว่าจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ฟีเจอร์สำคัญที่ Apple เตรียมไว้ประกอบด้วย:

  • Personal Context Awareness: Siri จะสามารถเข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ได้ดีขึ้น เช่น จำกิจวัตรประจำวัน ความสัมพันธ์กับผู้คน และนิสัยการใช้งาน
  • On-Screen Awareness: Siri จะสามารถเห็นและเข้าใจสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ iPhone และดำเนินการต่างๆ ได้โดยตรง
  • Per-App Deep Controls: ความสามารถในการควบคุมแอปพลิเคชันเฉพาะแต่ละตัวได้อย่างละเอียดและลึกกว่าเดิม
  • Natural Conversation: การโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจภาษาพูดที่ซับซ้อนและคำถามหลายชั้นได้
  • Multi-App Task Execution: ความสามารถในการทำงานข้ามแอปได้ในคำสั่งเดียว

ไทม์ไลน์ใหม่: ต้องรอถึงเมื่อไหร่?

จากข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคม 2026 ไทม์ไลน์ที่คาดการณ์สำหรับ Gemini-powered Siri มีดังนี้:

  1. iOS 26.4 (มีนาคม 2026): จะมีบางฟีเจอร์พื้นฐานของ Apple Intelligence แต่ Gemini integration หลักจะยังไม่ครบถ้วน
  2. iOS 26.5 (พฤษภาคม 2026): คาดว่าจะมีฟีเจอร์ Gemini-powered บางส่วนมาให้ทดลองในกลุ่ม Beta
  3. iOS 27 (กันยายน 2026): คาดว่าจะเป็นเวอร์ชันที่ Gemini-powered Siri จะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่รอคอยการอัปเกรด Siri มาอย่างยาวนาน ข่าวการเลื่อนครั้งนี้อาจทำให้ผิดหวังอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่า Apple เริ่มพูดถึงวิสัยทัศน์ Siri ใหม่ตั้งแต่การประชุม WWDC ในเดือนมิถุนายน 2024 นับว่าการรอคอยยาวนานกว่า 2 ปีกว่าที่ฟีเจอร์จะพร้อมใช้งานจริง

ผลกระทบต่อตลาดและการแข่งขัน

การเลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาด AI Assistant กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด Google Gemini, Microsoft Copilot, และ Amazon Alexa+ ต่างพัฒนาและอัปเดตฟีเจอร์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Siri ซึ่งเคยถูกมองว่าล้าหลังกว่าคู่แข่ง ก็ยังต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะตามทัน

นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities แสดงความเห็นว่า Apple ยังคงมีข้อได้เปรียบสำคัญด้าน Hardware Ecosystem และ Privacy ซึ่งเป็นปัจจัยที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าด้าน AI จะกลายเป็นจุดที่ผู้บริโภคและนักลงทุนจับตามองมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026

สำหรับ Google เอง ดีลกับ Apple ถือเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพราะการที่ Gemini จะถูกฝังอยู่ใน Siri ของ iPhone หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก ย่อมหมายถึงฐานผู้ใช้ที่มหาศาล แม้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่ากำลังใช้ Gemini อยู่ก็ตาม


การพัฒนา AI ในระดับที่ Apple ต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องรักษาสมดุลระหว่างความฉลาดของ AI, ความเร็วในการตอบสนอง, และมาตรฐานความเป็นส่วนตัวที่ Apple ยึดมั่นมาโดยตลอด บทพิสูจน์สำคัญของ Apple ในปี 2026 คือการทำให้ Siri รุ่นใหม่พร้อมใช้งานจริงได้ก่อนที่ความอดทนของผู้บริโภคจะหมดสิ้น