All articles
Bank of America ทำนาย: โลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 3 พันล้านตัวภายในปี 2060 มากกว่ารถยนต์ทั้งโลก

Bank of America ทำนาย: โลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 3 พันล้านตัวภายในปี 2060 มากกว่ารถยนต์ทั้งโลก

14 มีนาคม 2569 11:15 5 min read

Bank of America ทำนาย: โลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 3 พันล้านตัวภายในปี 2060 มากกว่ารถยนต์ทั้งโลก

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 Bank of America Global Research ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฉบับล่าสุด ซึ่งส่งผลสะเทือนอย่างมากต่อวงการเทคโนโลยีและการลงทุนทั่วโลก รายงานดังกล่าวคาดการณ์ว่า ภายในปี 2060 โลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากถึง 3 พันล้านตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ราว 1.5 พันล้านคัน

ตัวเลขที่น่าตะลึง: จากโรงงานสู่ห้องนอน

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขรวมคือการกระจายตัวของหุ่นยนต์เหล่านี้ BofA ระบุว่า 62% ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั้งหมด หรือราว 2 พันล้านตัว จะถูกใช้งานภายในบ้านเรือนทั่วไปของประชาชน ไม่ใช่ในโรงงานหรือคลังสินค้าอย่างที่หลายคนคาดคิด นั่นหมายความว่าในอีก 34 ปีข้างหน้า บ้านเกือบทุกหลังในโลกอาจมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้านเป็นของตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่จะค่อยๆ เติบโตอย่างรวดเร็วตามแนวโน้ม BofA ประมาณการว่ายอดจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 90,000 ตัวในปี 2026 ไปสู่ 1.2 ล้านตัวภายในปี 2030 ซึ่งเทียบเท่ากับอัตราการเติบโตแบบทบต้นถึง 86% ต่อปี ตัวเลขนี้สูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงเริ่มต้นเสียอีก

ราคาจะถูกลงครึ่งหนึ่ง: จาก 35,000 เหลือ 17,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030

อุปสรรคสำคัญที่สุดของการแพร่หลายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาโดยตลอดคือราคา แต่ BofA มองว่าอุปสรรคนี้กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีนในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตัว แต่คาดว่าจะลดลงเหลือ ต่ำกว่า 17,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030 หรือลดลงกว่าครึ่งในเวลาเพียง 5 ปี

การลดต้นทุนอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลจากหลายปัจจัย ได้แก่ การผลิตในปริมาณมากขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะจากบริษัทจีน และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ที่ทำให้ซอฟต์แวร์ควบคุมหุ่นยนต์พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทำไมโลกถึงต้องการหุ่นยนต์ 3 พันล้านตัว?

BofA ชี้ให้เห็น วิกฤตแรงงานโลก เป็นแรงผลักดันหลักที่สำคัญที่สุด ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมากทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรปตะวันตก และแม้แต่จีน ต่างเผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานลดน้อยลงในขณะที่ภาระการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการแรงงานที่ไม่มีวันเกษียณนี้เองที่จะขับเคลื่อนตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้เติบโตอย่างมหาศาล

  • ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึง 30% ของประชากรทั้งหมดในปี 2026
  • จีนคาดว่าจะมีประชากรวัยทำงานลดลงกว่า 200 ล้านคนภายในปี 2050
  • ยุโรปตะวันตกต้องพึ่งพาแรงงานอพยพมากขึ้นทุกปีเพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจ
  • งานด้านการดูแลผู้สูงอายุ งานบ้าน และงานบริการซ้ำๆ เป็นพื้นที่ที่หุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ได้ดีที่สุด

ตลาดร้อนแรง: 50+ บริษัท, 150 ผลิตภัณฑ์

ณ ต้นปี 2026 BofA พบว่ามี บริษัทมากกว่า 50 แห่ง กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชิงพาณิชย์ และมีผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวแล้วมากกว่า 150 รายการ ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับเพียงไม่กี่ปีที่แล้ว ผู้เล่นหลักในตลาดขณะนี้ได้แก่ Tesla ด้วย Optimus, Figure AI ด้วย Figure 03, Boston Dynamics ด้วย Atlas, Unitree จากจีน รวมถึงสตาร์ทอัพหน้าใหม่อีกหลายสิบราย

เงินทุนในอุตสาหกรรมนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 700 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 มาสู่ 4.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าในเวลาเพียง 7 ปี นักลงทุนทั้งจากซิลิคอนวัลเลย์และจากเอเชียต่างแข่งกันเทเงินเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมที่หลายคนมองว่าจะเป็น "คลื่นอุตสาหกรรมลูกต่อไป" หลังจากสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้า

จีน: มังกรที่กำลังตื่น

หนึ่งในแนวโน้มที่น่าจับตามองที่สุดในรายงานของ BofA คือการเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน จากที่เคยเป็นผู้เล่นรายย่อยที่ถูกล้อเลียนจากการที่หุ่นยนต์ล้มในงานแสดงสินค้า ตอนนี้หุ่นยนต์จีนสามารถทำท่ากังฟู ระบำบัลเลต์ และแม้แต่ยกน้ำหนักในสายการผลิตได้แล้ว Unitree เพียงรายเดียวคาดว่าจะส่งมอบหุ่นยนต์ 10,000 ถึง 20,000 ตัวในปี 2026 และรัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มที่ในฐานะยุทธศาสตร์แห่งชาติ

ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน: ความกังวลที่ BofA ไม่ได้มองข้าม

แม้รายงานจะมองโลกในแง่ดีต่อการเติบโตของตลาด แต่ BofA ก็ยอมรับว่าการแพร่หลายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้องทำงานซ้ำๆ ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทำความสะอาด พนักงานคลังสินค้า คนงานสายการผลิต และผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายคนโต้แย้งว่าเทคโนโลยีใหม่มักสร้างงานใหม่ๆ ขึ้นมาในปริมาณที่มากกว่างานที่มันทดแทน เช่นเดียวกับที่เครื่องจักรกลอุตสาหกรรมไม่ได้ทำให้คนว่างงานถาวร แต่กลับสร้างอาชีพใหม่อย่างนักซ่อมบำรุง วิศวกรโรงงาน และผู้จัดการสายการผลิต ในกรณีของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ก็อาจเกิดอาชีพใหม่อย่าง Robot Trainer, Humanoid Technician หรือ Robot Fleet Manager ขึ้นมาแทน

มากกว่ารถยนต์: สิ่งที่ตัวเลขนี้หมายความจริงๆ

การที่ BofA ใช้จำนวนรถยนต์เป็นตัวเปรียบเทียบนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รถยนต์ถูกมองว่าเป็นสินค้าทุนที่เปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์ในศตวรรษที่ 20 อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเมือง วิถีชีวิต อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโลก การที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจมีจำนวนเกินกว่ารถยนต์ในปี 2060 คือการบอกว่านี่จะเป็น "รถยนต์" แห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะปฏิวัติสังคมมนุษย์ในมิติที่ลึกและกว้างกว่าเดิมมาก

สำหรับประเทศไทย การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้งในแง่ของนโยบายแรงงาน การศึกษา และการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ภาคการผลิตของไทยซึ่งพึ่งพาแรงงานราคาถูกมาโดยตลอด อาจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในทศวรรษหน้า โอกาสสำหรับประเทศไทยอยู่ที่การเป็นศูนย์กลางการบำรุงรักษาและการฝึกอบรม Humanoid Technician ในภูมิภาค


รายงานของ Bank of America ฉบับนี้ไม่เพียงแต่เป็นการคาดการณ์ตลาด แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไปเริ่มคิดถึงโลกในอีก 34 ปีข้างหน้า ที่ซึ่งหุ่นยนต์อาจเป็นสิ่งปกติในบ้านทุกหลัง เหมือนกับที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งจำเป็นในทุกกระเป๋าในวันนี้ คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาในชีวิตเราหรือไม่ แต่คือเราจะเตรียมตัวรับมือกับมันได้ทันหรือเปล่า