Disney จับมือ OpenAI ลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์: เปิด Sora สร้างวิดีโอจาก Marvel, Star Wars และ Pixar ได้แล้ว
ดีลประวัติศาสตร์: Disney ทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI
ในหนึ่งในข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดของวงการบันเทิงและ AI ในรอบหลายปี บริษัท The Walt Disney Company ได้ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35,000 ล้านบาท) เป็นหุ้นทุนใน OpenAI พร้อมรับสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มเติมในอนาคต ดีลนี้ทำให้ Disney กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่และพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ของ OpenAI อย่างเต็มตัว
ข้อตกลงสำคัญที่ตามมาคือการอนุญาตให้ Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอจาก AI ของ OpenAI เข้าถึงตัวละครลิขสิทธิ์กว่า 200 ตัวจากจักรวาล Disney, Marvel, Pixar และ Star Wars เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกสร้างวิดีโอสั้น ภาพ และคอนเทนต์สร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเอง
อะไรบ้างที่สร้างได้ผ่าน Sora และ ChatGPT Images
ภายใต้ข้อตกลงสามปีนี้ Sora และ ChatGPT Images จะสามารถสร้างเนื้อหาได้ในหลายรูปแบบ:
- วิดีโอสั้นจากคำสั่งข้อความ (text-to-video) ที่มีตัวละครจาก Marvel เช่น Spider-Man, Iron Man, Black Panther
- ฉากและสภาพแวดล้อมจาก Star Wars เช่น กาแล็กซีห่างไกล, Death Star, Millennium Falcon
- ตัวละครคลาสสิกจาก Pixar เช่น Buzz Lightyear, Nemo, WALL-E
- ตัวละครดิสนีย์ดั้งเดิม เช่น Mickey Mouse, Elsa, Simba พร้อมเครื่องแต่งกายและฉากประกอบ
- ภาพนิ่ง AI จาก ChatGPT Images จากทรัพย์สินทางปัญญาชุดเดียวกัน
ทั้งนี้ข้อตกลงไม่รวมการใช้ใบหน้าหรือเสียงของนักแสดงจริง เพื่อปกป้องสิทธิ์ของบุคลากรในวงการบันเทิง
Disney+ เปิดตัว Magic Feed: วิดีโอแนวตั้งบนมือถือ
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 Disney+ ได้เปิดตัว Magic Feed อินเทอร์เฟซวิดีโอแนวตั้งบนแอปมือถือ คล้ายกับ TikTok และ Instagram Reels โดยเป็นการเตรียมพื้นฐานสำหรับระบบ AI เชิงสร้างสรรค์ที่จะตามมาในอนาคต
นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีระบุว่านี่คือแผน 3 เฟสของ Disney:
- เฟส 1 (มีนาคม 2026): เปิดตัว Magic Feed ปรับผู้ใช้ให้คุ้นเคยกับการดูคอนเทนต์แนวตั้ง
- เฟส 2 (ปลายปี 2026): เปิดเครื่องมือ AI Remix ให้ผู้ใช้ตัดต่อและกรองเนื้อหาของ Disney ได้
- เฟส 3 (2027): เปิดระบบ Generative AI เต็มรูปแบบ ให้ผู้ใช้พิมพ์คำสั่งสร้าง Magic Moments ของตัวเองบน Disney+
Disney ฝัง AI เข้าทุกส่วนขององค์กร
นอกจากการลงทุนและการอนุญาตใช้ IP แล้ว Disney ยังนำ OpenAI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการดำเนินงานทั้งองค์กร ได้แก่:
- ใช้ API ของ OpenAI สร้างผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่บน Disney+
- ติดตั้ง ChatGPT ให้พนักงานทั่วทั้งบริษัทใช้งาน
- พัฒนา Disney Experience Genie เครื่องมือ AI สร้างโฆษณาวิดีโอ (CTV ad) อัตโนมัติจากบรีฟของนักการตลาด
- ตั้งคณะกรรมการร่วม Disney-OpenAI เพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง ไม่ให้ละเมิดมาตรฐานแบรนด์
ความปลอดภัยและข้อจำกัดของเนื้อหา
Disney และ OpenAI ได้จัดทำ Brand Appendix ที่ครอบคลุมโดยละเอียด เพื่อระบุประเภทเนื้อหาที่ไม่อนุญาต เช่น ฉากรุนแรง เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ หรือการนำตัวละครไปใช้ในบริบทที่ขัดกับค่านิยมของแบรนด์ คณะกรรมการร่วมจะทำหน้าที่ตรวจสอบและปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
Bob Iger ซีอีโอของ Disney กล่าวว่า เราไม่ได้แค่ลงทุนในเทคโนโลยี เราลงทุนในอนาคตของการเล่าเรื่อง AI จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แฟนทั่วโลกมีส่วนร่วมกับโลกของ Disney ในรูปแบบที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน
ผลกระทบต่อวงการบันเทิงและ AI โลก
ดีลนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญมากในการนำทรัพย์สินทางปัญญาระดับโลกเข้าสู่โลก Generative AI อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ประเด็นสิทธิ์ IP และ AI เป็นข้อพิพาทใหญ่ในวงการบันเทิง การที่ Disney เลือกเดินหน้าร่วมมือแทนที่จะฟ้องร้องส่งสัญญาณใหม่ให้กับสตูดิโอและบริษัทสื่ออื่นๆ
นักวิเคราะห์จาก Hollywood Reporter ระบุว่าดีลนี้จะกดดันให้ Warner Bros., Universal, Sony และค่ายใหญ่อื่นๆ ต้องตัดสินใจเร็วขึ้นว่าจะร่วมมือกับผู้ให้บริการ AI ใด เพราะผู้ที่เข้าร่วมช้าอาจเสียเปรียบด้านประสบการณ์ผู้ใช้และฐานแฟนคลับรุ่นใหม่
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความสามารถในการสร้างวิดีโอ Spider-Man สไตล์ของตัวเองหรือฉาก Star Wars ที่ไม่เคยมีมาก่อนผ่านการพิมพ์ประโยคบน Sora กำลังจะกลายเป็นความจริงในปี 2026 นี้