All articles
Helion Energy ทำลายสถิติโลก: พลาสมา 150 ล้านองศาเซลเซียส เดินหน้าสู่โรงไฟฟ้าฟิวชันเชิงพาณิชย์ปี 2028

Helion Energy ทำลายสถิติโลก: พลาสมา 150 ล้านองศาเซลเซียส เดินหน้าสู่โรงไฟฟ้าฟิวชันเชิงพาณิชย์ปี 2028

13 มีนาคม 2569 05:16 4 min read

ก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์ของพลังงานฟิวชัน

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 Helion Energy สตาร์ทอัพด้านพลังงานฟิวชันจากรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ประกาศบรรลุเหตุการณ์สำคัญสองประการในครั้งเดียว ได้แก่ การทำลายสถิติอุณหภูมิพลาสมาที่ 150 ล้านองศาเซลเซียส และการเป็นบริษัทเอกชนรายแรกในโลกที่ทดสอบเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันด้วยเชื้อเพลิงกัมมันตรังสีชนิด Tritium ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่พาโลกเข้าใกล้ความฝันเรื่องพลังงานสะอาดไร้ขีดจำกัดมากกว่าที่เคยเป็นมา

Polaris: เครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบที่เขียนประวัติศาสตร์ใหม่

เครื่องปฏิกรณ์ Polaris ของ Helion ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Everett รัฐวอชิงตัน สามารถสร้างพลาสมาที่มีอุณหภูมิสูงถึง 150 ล้านองศาเซลเซียส ซึ่งร้อนกว่าใจกลางดวงอาทิตย์ถึง 10 เท่า ตัวเลขนี้คิดเป็น 75% ของเป้าหมายสูงสุดที่ Helion ตั้งไว้ที่ 200 ล้านองศาเซลเซียส อุณหภูมิที่บริษัทเชื่อว่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าฟิวชันเชิงพาณิชย์

David Kirtley ซีอีโอของ Helion อธิบายว่า เราเชื่อว่าที่อุณหภูมิ 200 ล้านองศา นั่นคือจุดที่เข้าสู่โซนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรงไฟฟ้า การบรรลุ 150 ล้านองศาในครั้งนี้พิสูจน์ว่าการออกแบบและแนวทางของ Helion กำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายได้อย่างถูกทิศทาง

เชื้อเพลิง Deuterium-Tritium: ก้าวใหม่ที่บริษัทเอกชนไม่เคยทำได้มาก่อน

นอกจากสถิติอุณหภูมิแล้ว ความสำเร็จที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือการที่ Helion กลายเป็นบริษัทเอกชนรายแรกในโลกที่ดำเนินการทดสอบเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันด้วยเชื้อเพลิงผสม Deuterium-Tritium (D-T) ซึ่งเป็นส่วนผสมของไอโซโทปไฮโดรเจนสองชนิด Tritium นั้นเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีฤทธิ์อ่อน แต่เมื่อรวมกับ Deuterium จะสร้างปฏิกิริยาฟิวชันที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

ก่อนหน้านี้การทดสอบเชื้อเพลิง D-T เป็นสิ่งที่เคยทำได้เฉพาะในโครงการรัฐบาลขนาดใหญ่ เช่น National Ignition Facility (NIF) ของสหรัฐฯ หรือ JET ของสหภาพยุโรปเท่านั้น การที่ Helion ทำสำเร็จในฐานะบริษัทเอกชนจึงเป็นเครื่องหมายสำคัญที่แสดงว่าอุตสาหกรรมฟิวชันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาเชิงพาณิชย์

สัญญา Microsoft: ส่งไฟฟ้าฟิวชันปี 2028

สิ่งที่ทำให้ Helion แตกต่างจากสตาร์ทอัพฟิวชันอื่นๆ คือการมีสัญญาที่มีผลผูกพันกับ Microsoft ในการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานฟิวชันภายในปี 2028 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของคู่แข่งส่วนใหญ่ที่มุ่งหมายไว้ในช่วงต้นปี 2030 อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าที่จะจ่ายให้ Microsoft จะมาจากเครื่องปฏิกรณ์เชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ที่ชื่อ Orion ซึ่งปัจจุบัน Helion กำลังก่อสร้างอยู่ในเมือง Malaga รัฐวอชิงตัน โดยเริ่มงานก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ส่วน Polaris ที่บรรลุสถิตินี้เป็นเพียงเครื่องต้นแบบที่ใช้สำหรับพัฒนาและพิสูจน์เทคโนโลยี

การแข่งขันในอุตสาหกรรมฟิวชันโลก

ความสำเร็จของ Helion เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมฟิวชันทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนาอย่างร้อนแรง ในต้นปี 2026 เครื่องปฏิกรณ์ EAST ดวงอาทิตย์เทียมของจีนได้ทำลายสถิติความหนาแน่นพลาสมา โดยสามารถฝ่าผ่านขีดจำกัด Greenwald Limit ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมานานว่าเป็นกำแพงที่ทลายไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีบริษัทเช่น Commonwealth Fusion Systems, TAE Technologies และ Inertia Fusion ที่กำลังแข่งขันกันอยู่ในสนามเดียวกัน

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เดียวกัน บริษัท Inertia ยังได้ระดมทุนได้ถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังเชื่อมั่นมากขึ้นว่าพลังงานฟิวชันจะกลายเป็นความจริงในเชิงพาณิชย์ได้ในทศวรรษนี้

ทำไมฟิวชันจึงสำคัญสำหรับอนาคตของโลก

พลังงานฟิวชันนิวเคลียร์คือกระบวนการเดียวกับที่เกิดขึ้นในดวงอาทิตย์และดวงดาวทั้งหลาย เมื่อนิวเคลียสของไฮโดรเจนสองอนุภาครวมตัวกัน จะปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาโดยไม่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์หรือกากนิวเคลียร์ที่มีอายุยาวนาน เชื้อเพลิงหลักอย่าง Deuterium สามารถสกัดได้จากน้ำทะเล ทำให้แหล่งเชื้อเพลิงแทบไม่มีขีดจำกัด

  • ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระหว่างการผลิตไฟฟ้า
  • เชื้อเพลิง Deuterium สกัดจากน้ำทะเลได้แทบไม่มีขีดจำกัด
  • ไม่สร้างกากนิวเคลียร์ที่มีอายุยาวนานเหมือนเครื่องปฏิกรณ์แบบ Fission
  • ปฏิกิริยาหยุดได้ทันทีหากมีปัญหา ไม่เกิดอุบัติเหตุแบบเชอร์โนบิลหรือฟุกุชิมะ
  • ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลหลายล้านเท่า

ความท้าทายที่ยังเหลืออยู่

แม้ความคืบหน้าจะน่าตื่นเต้น แต่ยังมีความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญก่อนที่โรงไฟฟ้าฟิวชันเชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นได้จริง Helion ยังต้องก้าวจาก 150 ล้านองศาไปสู่ 200 ล้านองศา และที่สำคัญกว่านั้นคือต้องพิสูจน์ว่าระบบสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าที่ใส่เข้าไป (Net Energy Gain) ในระดับที่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์

นักวิเคราะห์บางส่วนยังมีความสงสัยว่ากำหนดการปี 2028 ของ Helion นั้นตึงเกินไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังเดินหน้าตามแผนได้อย่างเป็นรูปธรรม


ความสำเร็จของ Helion Energy ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะของบริษัทเดียว แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพลังงานฟิวชัน ซึ่งเคยถูกล้อเลียนว่า อีก 30 ปีข้างหน้าก็ยังอีก 30 ปี กำลังจะกลายเป็นความจริงในชั่วชีวิตของคนรุ่นนี้ หากโรงไฟฟ้า Orion สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ Microsoft ได้ในปี 2028 จริง นั่นจะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์พลังงานของมนุษยชาติ