← Back to garden

สงครามอิหร่าน-อิสราเอล 2026: สรุปสถานการณ์ล่าสุด วันที่ 13 ของการโจมตี

🌿 13 มีนาคม 2569

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารร่วมครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ปัจจุบันการสู้รบเข้าสู่วันที่ 13 แล้ว และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

จุดเริ่มต้น: ปฏิบัติการโจมตีเมื่อ 28 กุมภาพันธ์

ในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านพร้อมกันหลายจุด การโจมตีระลอกแรกใช้ระเบิดมากกว่า 1,200 ลูกภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายหลักคือสถานที่ทางทหาร ฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโรงงานผลิตอาวุธ

เหตุการณ์สำคัญที่สุดคือการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หลังจากที่ที่พักอาศัยของเขาถูกโจมตีจนพังทลาย นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน

ผู้นำสูงสุดคนใหม่: มุจตะบา คาเมเนอี

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 มุจตะบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดที่ถูกสังหาร ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ในแถลงการณ์ฉบับแรก เขาประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป และเตือนว่าฐานทัพที่ใช้โดยกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคจะยังคงเป็นเป้าหมายการโจมตี หากไม่ถูกปิดลง

ความเสียหายด้านมนุษยธรรม

ตลอด 13 วันของการสู้รบ สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง:

  • ผู้เสียชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 1,348 คน
  • ผู้บาดเจ็บกว่า 17,000 คน
  • ผู้พลัดถิ่นสูงถึง 3.2 ล้านคน จากข้อมูลของ UNHCR
  • เป้าหมายที่ถูกโจมตีมากกว่า 10,000 จุด รวมถึงพื้นที่พลเรือน

สหประชาชาติเตือนว่าวิกฤตมนุษยธรรมกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองเตหะรานและเมืองใหญ่ทางตะวันตกของอิหร่าน

การตอบโต้ของอิหร่านและการลุกลามของสงคราม

อิหร่านไม่ได้นิ่งเฉยต่อการโจมตี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ร่วมมือกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โจมตีเป้าหมายในอิสราเอลมากกว่า 50 แห่ง ในการโจมตีที่ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ อิหร่านยังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ และยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ความขัดแย้งลุกลามไปถึง 8 ประเทศในภูมิภาค รวมถึงเลบานอน อิรัก และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย มีรายงานโดรนบินใกล้กรุงริยาด ของซาอุดีอาระเบียอีกด้วย

วิกฤตพลังงานโลก

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดต่อเศรษฐกิจโลก คือวิกฤตราคาน้ำมัน การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่านี่คือ 'การหยุดชะงักด้านอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก' และได้ตกลงปล่อยน้ำมันดิบสำรองปริมาณ 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อรับมือ

เงื่อนไขสันติภาพ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ได้กำหนดเงื่อนไข 3 ข้อเพื่อยุติสงคราม:

  1. การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน
  2. การจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย
  3. การรับประกันจากนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะไม่มีการรุกรานซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าสงครามกำลัง 'ดำเนินไปด้วยดี' ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่มีสัญญาณของการหยุดยิงในเร็ววัน

สถานการณ์ล่าสุด วันที่ 13 (12 มีนาคม 2569)

  • กองทัพอิสราเอลประกาศ 'คลื่นการโจมตีครั้งใหญ่' รอบใหม่ต่อกรุงเตหะราน
  • โดรนอิสราเอลโจมตีจุดตรวจของ IRGC และ Basij ในเตหะราน สังหารผู้ปกป้องอย่างน้อย 10 คน
  • อิสราเอลออกคำสั่งอพยพในกรุงเบรุต เลบานอน และเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์
  • IEA ปล่อยน้ำมันดิบสำรอง 400 ล้านบาร์เรลแต่ราคายังคงพุ่งสูง
🌿

สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทความนี้จะได้รับการอัปเดตเมื่อมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติม