All articles
วันที่ 15 สงครามอิหร่าน 2026: สหรัฐฯ ถล่มเกาะ Kharg เตือนถล่มโรงกลั่นน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

วันที่ 15 สงครามอิหร่าน 2026: สหรัฐฯ ถล่มเกาะ Kharg เตือนถล่มโรงกลั่นน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

14 มีนาคม 2569 15:20 6 min read

วันที่ 15 สงครามอิหร่าน 2026: ถล่มเกาะ Kharg — หัวใจน้ำมันอิหร่านระอุ

วันที่ 14 มีนาคม 2026 — สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่วันที่ 15 อย่างเข้มข้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศอย่างเป็นทางการว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีและทำลายสิ้นซากฐานทัพทหารทั้งหมดบนเกาะ Kharg หรือ เกาะมุกกำพร้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน คิดเป็นกว่า 90% ของการส่งออกน้ำมันทั้งประเทศ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน Brent ได้ทะลุผ่านแนว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างวิกฤตพลังงานโลกครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

ภาพถ่ายดาวเทียมของเกาะ Kharg ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 (ภาพ: Wikimedia Commons / NASA)
ภาพถ่ายดาวเทียมของเกาะ Kharg ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 (ภาพ: Wikimedia Commons / NASA)

เกาะ Kharg คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

เกาะ Kharg ตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านประมาณ 25 กิโลเมตร เกาะแห่งนี้มีพื้นที่เพียง 13.5 ตารางกิโลเมตร แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มหาศาล เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ซึ่งใช้เป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบหลักของประเทศ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเป็น หัวใจของเศรษฐกิจอิหร่าน เนื่องจากรายได้จากน้ำมันส่วนใหญ่ของประเทศผ่านเกาะแห่งนี้ทั้งหมด

ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ ทำลายเฉพาะฐานทัพทหารบนเกาะ และไม่แตะต้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันด้วยเหตุผลด้านความมีมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม เขาเตือนชัดเจนว่า หากอิหร่านยังคงปิดกั้นเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ โรงกลั่นน้ำมันบนเกาะ Kharg อาจกลายเป็นเป้าหมายต่อไป สื่อ Al Jazeera รายงานว่าเกาะ Kharg ถูกเรียกว่า The Orphan Pearl — มุกกำพร้า เนื่องจากความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์แต่มีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์มหาศาล

ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์: วิกฤตพลังงานโลก

ราคาน้ำมัน Brent Crude ปรับตัวขึ้นกว่า 8% ในวันเดียว แตะระดับ 103.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ 97.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี และมีแนวโน้มว่าจะยังคงสูงต่อเนื่อง หลังจากที่อิหร่านประกาศผ่านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) ว่าจะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แผนที่ช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก ราว 20% ของน้ำมันโลกผ่านช่องแคบนี้ ปัจจุบันถูกอิหร่านปิดกั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ภาพ: Wikimedia Commons)
แผนที่ช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก ราว 20% ของน้ำมันโลกผ่านช่องแคบนี้ ปัจจุบันถูกอิหร่านปิดกั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ภาพ: Wikimedia Commons)

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในโลก โดยปกติมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไหลผ่านราว 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันโลก การปิดกั้นช่องแคบนี้ทำให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เผชิญความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างรุนแรง

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน: โมจตาบา คาเมเนอี

นับตั้งแต่การลอบสังหารอายาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ในวันแรกของการโจมตี (28 กุมภาพันธ์ 2026) อิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายคนที่สองเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ โมจตาบาประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะต่อสู้จนถึงที่สุด รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ กล่าวว่าเชื่อว่าโมจตาบาได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาจเสียโฉมจากการโจมตีก่อนหน้านี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโมจตาบาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน

สถานการณ์ในภูมิภาค: เรือถูกโจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซีย

อิหร่านได้ขยายการสู้รบออกไปยัง 9 ประเทศ ส่งขีปนาวุธและโดรนเข้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในประเทศแถบอ่าวต่างๆ รวมทั้งบาห์เรน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ UAE ได้สกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านหลายลูกได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือ Mayuree Naree ของไทยที่ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม

  • เรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีเพิ่มเติมในอ่าวเปอร์เซียในคืนวันที่ 13-14 มีนาคม
  • เรือบรรทุกน้ำมันที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ถูกยิงโดย IRGC ในอ่าวทางเหนือ เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่
  • UK Maritime Trade Operations (UKMTO) ออกประกาศเตือนภัยสูงสุดสำหรับเรือที่ผ่านบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
  • สายการเดินเรือรายใหญ่ทั่วโลกระงับการให้บริการผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด
  • เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศของสหรัฐฯ ตกในอิรัก สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้น

ความสูญเสีย: ผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1,444 ราย

นับตั้งแต่การเริ่มต้นสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 มีผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 1,444 ราย และบาดเจ็บ 18,551 ราย จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ขณะที่ในเลบานอน การโจมตีของอิสราเอลคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 773 ราย นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2026 องค์กรสหประชาชาติรายงานว่าประชาชนหลายแสนคนในอิหร่านและเลบานอนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

ทางออกทางการทูต: นิวเคลียร์อิหร่าน — กุญแจสู่สันติภาพ?

ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด ยังพอมีประกายหวังสำหรับการยุติความขัดแย้งทางการทูต ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธนิวเคลียร์ระบุว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอาจเป็นทางออก หากผู้นำชั่วคราวยินยอมให้ผู้ตรวจการณ์นานาชาติเข้าตรวจสอบสิ่งอำนวยการนิวเคลียร์ที่ Isfahan และยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกนอกประเทศภายใต้การดูแลของ IAEA (ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ)

ประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อาอูน พยายามผลักดันการหยุดยิงชั่วคราว 1 เดือน โดยขอให้เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเบรุตกดดันอิสราเอลให้ยอมรับการหยุดยิง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เลบานอนเริ่มดำเนินการเพื่อควบคุมอาวุธของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่ตอบสนองต่อข้อเสนอดังกล่าว สถานการณ์จึงยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการหยุดชะงักด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประสานงานกับแคนาดาและประเทศสมาชิกอื่นๆ ให้ปล่อยสำรองน้ำมันฉุกเฉินรวม 23.6 ล้านบาร์เรล เพื่อพยุงตลาด แต่นักวิเคราะห์มองว่าไม่เพียงพอ IRGC ขู่ว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันต่อไป ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ราคาน้ำมัน Brent ทะลุ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบหลายปี
  • ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง ดัชนี S&P 500 ร่วงกว่า 3% ในสัปดาห์เดียว
  • ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับตัวขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
  • สายการบินนานาชาติหลายแห่งประกาศขึ้นค่าโดยสารเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตือนว่าอาจต้องทบทวนนโยบายดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูง
  • IEA ปล่อยสำรองน้ำมันฉุกเฉิน 23.6 ล้านบาร์เรล แต่นักวิเคราะห์มองว่าไม่เพียงพอ

มองไปข้างหน้า: สงครามจะยืดเยื้อแค่ไหน?

ทรัมป์เคยบอกว่าสงครามนี้อาจเป็นเพียงระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์จาก RAND Corporation และสถาบันวิจัยอื่นๆ ระบุว่า การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลหันไปใช้ยุทธศาสตร์ตัดหัว (Decapitation Strikes) แทนที่จะมุ่งเป้าเฉพาะสถานที่นิวเคลียร์ ได้ปิดกั้นทางออกทางการทูตทั้งหมด แตกต่างจากสงคราม 12 วัน เมื่อปี 2025 ที่ยุติได้รวดเร็วกว่า สงครามรอบนี้มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อเป็นสงครามแห่งการสึกหรอ (War of Attrition)

ชุมชนนานาชาติต่างจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจีนและอินเดียซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือการลุกลามของความขัดแย้งออกไปยังประเทศอ่าวอื่นๆ และความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์ในสถานที่ซ่อนเร้นที่ยังไม่ถูกทำลาย สงครามครั้งนี้กำลังพิสูจน์ว่า ตะวันออกกลางยังคงเป็นกุญแจหลักของพลังงานโลกและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ติดตามการอัปเดตสถานการณ์สงครามอิหร่านและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้ที่ blog.coinbx.com ซึ่งจะรายงานพัฒนาการล่าสุดทุกวัน