วิกฤตสายเคเบิลใต้ทะเลโลก: สงครามอิหร่านปิดช่องแคบสำคัญ 2 แห่ง Meta หยุดโครงการ 2Africa กลางอ่าวเปอร์เซีย
สายเคเบิลใต้ทะเลโลกตกอยู่ในวิกฤต
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 Bloomberg รายงานว่า Alcatel Submarine Networks (ASN) ผู้รับเหมาวางสายเคเบิลใต้ทะเลให้กับ Meta ได้ประกาศ force majeure หรือเหตุสุดวิสัย โดยระบุว่าไม่สามารถปฏิบัติงานในอ่าวเปอร์เซียได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไป เนื่องจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการ 2Africa Pearls ซึ่งเป็นส่วนขยายของโครงการ 2Africa สายเคเบิลใต้ทะเลขนาดยักษ์ความยาว 45,000 กิโลเมตรของ Meta ที่วางแผนจะเชื่อมต่อประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ อิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน รวมถึงปากีสถานและอินเดีย เข้ากับแอฟริกาและยุโรป
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์: ปิดช่องแคบสำคัญ 2 แห่งพร้อมกัน
สิ่งที่ทำให้วิกฤตครั้งนี้รุนแรงเป็นพิเศษคือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ปิดกั้นจุดคอขวดสำคัญของระบบโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตโลกพร้อมกันถึง 2 แห่ง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตระบุว่า สถานการณ์นี้สร้างความเสี่ยงต่อการสื่อสารระดับโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
- ช่องแคบฮอร์มุซ — สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออิหร่าน อิรัก คูเวต บาห์เรน และกาตาร์กับเครือข่ายโลก ปัจจุบันถูกปิดกั้นจากสภาวะสงคราม
- ทะเลแดง — สายเคเบิล 17 เส้นผ่านอยู่บริเวณนี้ รองรับการส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ระหว่างยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ถูกกลุ่มฮูษีโจมตีมาตั้งแต่ปลายปี 2025
โครงการ 2Africa คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
2Africa เป็นโครงการสายเคเบิลใต้ทะเลของ Meta ที่มีแผนวางสายยาวกว่า 45,000 กิโลเมตร โอบล้อมทวีปแอฟริกาและเชื่อมต่อกับยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ถือเป็นโครงการสายเคเบิลใต้ทะเลที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งในโลก เป้าหมายสำคัญคือการขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ห่างไกลในแอฟริกาซึ่งยังขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
- ปัจจุบันวางสายเคเบิลส่วนใหญ่เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับสถานีขึ้นบกบนชายฝั่ง
- ส่วน 2Africa Pearls ที่ขยายเพิ่มเพื่อครอบคลุมประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบหนักที่สุด
- ช่วงปลายปี 2025 ส่วนทะเลแดงถูกล่าช้าไปแล้วจากการโจมตีของกลุ่มฮูษีและปัญหาการขออนุญาต
- โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Meta ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตระดับโลก
ผลกระทบต่ออินเทอร์เน็ตโลกและทวีปแอฟริกา
การหยุดชะงักของโครงการ 2Africa ส่งผลกระทบที่กว้างขวางกว่าที่หลายคนตระหนัก เนื่องจากสายเคเบิลใต้ทะเลรองรับการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตมากกว่า 95% ของโลก ทวีปแอฟริกาจะต้องรอนานขึ้นสำหรับการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น ขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียสูญเสียโอกาสเพิ่ม redundancy ของเครือข่าย
- ทวีปแอฟริกาต้องรอโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้นออกไปอีกโดยไม่มีกำหนด
- ราคาค่าบริการอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคที่ผ่านจุดคอขวดเหล่านี้อาจสูงขึ้น
- บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ cloud ที่ต้องการ latency ต่ำในตะวันออกกลางเผชิญความท้าทาย
- ความเสี่ยงต่อการขาดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบางประเทศที่พึ่งพาเส้นทางเหล่านี้เพียงอย่างเดียว
ทางออกที่อุตสาหกรรมกำลังพิจารณา
- เพิ่มกำลังรับส่งข้อมูลผ่านเส้นทางสำรองที่วนรอบทวีปแอฟริกาใต้แทนการผ่านช่องแคบ Suez และทะเลแดง
- เร่งโครงการดาวเทียมอินเทอร์เน็ต เช่น Starlink และ OneWeb เพื่อทดแทนความสามารถของสายเคเบิลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
- พิจารณาเส้นทางสายเคเบิลใหม่ที่หลีกเลี่ยงจุดคอขวดในตะวันออกกลาง เช่น เส้นทางผ่านเอเชียกลาง
- ผู้ให้บริการ cloud เพิ่มการกระจายข้อมูลไปยัง data center ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดียว
บทเรียนจากวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลก
เหตุการณ์ครั้งนี้เผยให้เห็นจุดอ่อนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตโลก ที่ยังคงพึ่งพาจุดคอขวดทางภูมิศาสตร์เพียงไม่กี่แห่ง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาลทั่วโลกลงทุนในความหลากหลายของเส้นทางการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนทั่วโลก
ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ความไม่แน่นอนของโครงการ 2Africa Pearls ในอ่าวเปอร์เซียยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน Meta และ ASN ยังไม่ได้เปิดเผยแผนสำรองหรือกำหนดการใหม่สำหรับส่วนของโครงการที่ถูกระงับไว้
ที่มา: Bloomberg, Tom's Hardware, TechSpot, TechRadar (12-13 มีนาคม 2026)