All articles
MiniMax M2.5: AI จากจีนที่ทำได้เท่า Claude Opus ในราคา 1 ใน 20 — และเปิด Open Source ให้โลกใช้ฟรี

MiniMax M2.5: AI จากจีนที่ทำได้เท่า Claude Opus ในราคา 1 ใน 20 — และเปิด Open Source ให้โลกใช้ฟรี

14 มีนาคม 2569 10:24 5 min read

MiniMax M2.5: โมเดล AI จากจีนที่ท้าทายผู้นำโลก

ในช่วงต้นปี 2026 ที่สนามรบ AI เต็มไปด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่แทบทุกสัปดาห์ MiniMax สตาร์ทอัพ AI จากประเทศจีนได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยการเปิดตัว M2.5 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ไม่เพียงแค่ทัดเทียมกับโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง Claude Opus 4.6 ของ Anthropic ได้เกือบทุกมิติ แต่ยังมาพร้อมกับราคาที่ถูกกว่าถึง 20 เท่า และนำเสนอเป็น Open Source อีกด้วย

M2.5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 และในช่วงต้นเดือนมีนาคม ได้กลายเป็นโมเดล AI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของความคุ้มค่าและความสามารถด้านการเขียนโค้ด (Coding) และการทำงานแบบ Agentic

สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts: ทำไมถึงทำได้มากในราคาน้อย

หัวใจสำคัญของ M2.5 คือการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Mixture-of-Experts (MoE) โดยโมเดลมีพารามิเตอร์รวมทั้งสิ้น 230 พันล้านพารามิเตอร์ (230B) แต่ในระหว่างการ Inference หรือการตอบคำถาม จะใช้พารามิเตอร์ที่ตื่นตัวจริงๆ เพียง 10 พันล้านพารามิเตอร์ (10B) เท่านั้น

แนวคิดนี้คล้ายกับการมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนในทีม แต่สำหรับคำถามแต่ละข้อ จะเรียกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เหมาะสมมาตอบเท่านั้น แทนที่จะระดมคนทั้งทีมมาทุกครั้ง วิธีนี้ทำให้ประหยัดทรัพยากรการคำนวณได้อย่างมาก โดยไม่ต้องเสียสละความสามารถของโมเดล

คะแนน Benchmark ที่ทำให้โลกต้องหันมามอง

ผลการทดสอบ Benchmark ของ M2.5 ถือว่าน่าประทับใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการเขียนโค้ดและการทำงานแบบ Agentic:

  • SWE-Bench Verified (ทดสอบการแก้บั๊กซอฟต์แวร์จริง): 80.2% ห่างจาก Claude Opus 4.6 เพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์
  • Multi-SWE-Bench (ทดสอบการแก้บั๊กหลายไฟล์พร้อมกัน): 51.3%
  • BrowseComp (ทดสอบการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลบนเว็บ): 76.3%
  • BFCL Multi-Turn Benchmark (ทดสอบการใช้ Tool ในการสนทนาต่อเนื่อง): 76.8% ชนะ Claude Opus 4.6 (63.3%) และ Gemini 3 Pro (61.0%) อย่างชัดเจน

ที่น่าสังเกตคือในการทดสอบ BFCL Multi-Turn ซึ่งเป็นตัววัดความสามารถในการเป็น AI Agent ที่ใช้เครื่องมือต่างๆ ได้อย่างถูกต้องในบทสนทนาที่ยาวและซับซ้อน M2.5 กลับทำคะแนนได้เหนือกว่า Claude Opus 4.6 ถึง 13.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลที่ทำให้ชุมชนนักพัฒนาตกตะลึง

ราคาที่ทำลายตลาด: 1 ใน 20 ของค่าใช้จ่ายปกติ

แต่สิ่งที่ทำให้ M2.5 โดดเด่นกว่าคู่แข่งอย่างแท้จริงคือโครงสร้างราคา MiniMax ตั้งราคา API ไว้ที่ $0.30 ต่อล้าน Input Token และ $2.40 ต่อล้าน Output Token สำหรับ M2.5-Lightning ซึ่งหมายความว่าการใช้งาน M2.5 มีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 10 ถึง 1 ใน 20 เมื่อเทียบกับโมเดลชั้นนำอย่าง GPT-5 หรือ Claude Opus 4.6

MiniMax ยังประกาศว่า M2.5 เป็นโมเดล Frontier ตัวแรกที่ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย โดยสามารถรันโมเดลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมงด้วยอัตรา 100 Token ต่อวินาที ในราคาเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

Open Source ภายใต้ Modified MIT License

MiniMax ตัดสินใจเปิด M2.5 เป็น Open Source บน Hugging Face ภายใต้ Modified MIT License โดยเงื่อนไขสำคัญคือผู้ที่นำโมเดลไปใช้งานเชิงพาณิชย์จะต้องแสดงข้อความ MiniMax M2.5 อย่างเด่นชัดบนหน้าจอ UI ของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น

การเปิด Open Source นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เนื่องจากทำให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดและนำ M2.5 ไปรันบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้โดยตรง ลดการพึ่งพา API ของ MiniMax และเพิ่มการแพร่กระจายของเทคโนโลยีให้กว้างขึ้น

Forge: Framework Reinforcement Learning ที่สร้างขึ้นเอง

เบื้องหลังความสำเร็จของ M2.5 คือ Framework ที่ MiniMax พัฒนาขึ้นเองชื่อว่า Forge ซึ่งเป็นระบบ Reinforcement Learning ที่ถูกออกแบบมาเพื่อฝึกโมเดลในสภาพแวดล้อมจริงกว่า 200,000 แบบ ครอบคลุม 10 ภาษาหลักทั่วโลก

กระบวนการฝึกโมเดลทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยเน้นการเรียนรู้จากงานจริงที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ Benchmark สังเคราะห์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ M2.5 โดดเด่นในงานด้าน Coding, Office Work และ Agentic Tasks

M2.5 และ M2.5-Lightning: สองรุ่นสำหรับสองความต้องการ

MiniMax เปิดตัว M2.5 พร้อมกันสองเวอร์ชัน:

  • M2.5 (Standard): ความเร็ว 50 Token ต่อวินาที เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด
  • M2.5-Lightning: ความเร็ว 100 Token ต่อวินาที เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วในการตอบสนอง เช่น Chatbot แบบ Real-time

ทั้งสองเวอร์ชันมีความสามารถเท่าเทียมกันในแง่ของคุณภาพการตอบ แตกต่างกันเพียงแค่ความเร็ว Throughput และราคา

ผลกระทบต่อตลาด: หุ้น MiniMax พุ่ง 22% ในวันเดียว

ความสำเร็จของ M2.5 ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 หุ้นของ MiniMax พุ่งขึ้นกว่า 22% ในวันเดียว ทำให้มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) แตะระดับ 382.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ซึ่งสูงกว่า Baidu บริษัท AI ยักษ์ใหญ่จากจีนเป็นครั้งแรก

ในแง่ของการใช้งาน M2.5 ครองอันดับ 1 ของโลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม โดยมีปริมาณการเรียกใช้ API รวมต่อสัปดาห์สูงถึง 1.87 ล้านล้าน Token (1.87 Trillion Tokens) สะท้อนให้เห็นว่านักพัฒนาและองค์กรทั่วโลกให้ความสนใจและยอมรับโมเดลนี้อย่างรวดเร็ว

บทบาทของ MiniMax ในยุทธศาสตร์ AI ของจีน

MiniMax ถือเป็นหนึ่งใน AI Startup รุ่นใหม่จากจีนที่กำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถเพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI, Anthropic และ Google บนเวทีโลก ในปี 2025 บริษัทมีรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 70% ของรายได้รวม และมีอัตราการเติบโต 159% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ความสำเร็จของ M2.5 ยังสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ Efficiency-First ที่บริษัท AI จากจีนหลายรายกำลังนำมาใช้ แทนที่จะแข่งขันด้านขนาดโมเดลหรืองบประมาณการฝึก บริษัทเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างโมเดลที่ทำงานได้ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ตลาดองค์กรและนักพัฒนาได้อย่างตรงจุด


สรุป: จุดเปลี่ยนของวงการ AI ในปี 2026

การเปิดตัว MiniMax M2.5 ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขัน AI ในปี 2026 ไม่ได้ถูกกำหนดโดยขนาดงบประมาณหรือจำนวน GPU อีกต่อไป โมเดลที่สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับผู้นำตลาด ในราคาที่ต่ำกว่า 20 เท่า และเปิดเป็น Open Source ให้ทุกคนใช้ได้ คือคำนิยามใหม่ของการชนะในยุคนี้

สำหรับนักพัฒนาและองค์กรในประเทศไทยที่กำลังมองหาโมเดล AI สำหรับงานด้าน Coding, Agentic Tasks หรือ Office Automation M2.5 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายและมีความยืดหยุ่นในการ Deploy บนโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง