All articles
ค้นพบ 'Holy Grail' ของควอนตัมคอมพิวเตอร์: NbRe ตัวนำยิ่งยวดสปินคู่ที่อาจพลิกโฉมการคำนวณโลก

ค้นพบ 'Holy Grail' ของควอนตัมคอมพิวเตอร์: NbRe ตัวนำยิ่งยวดสปินคู่ที่อาจพลิกโฉมการคำนวณโลก

14 มีนาคม 2569 15:28 6 min read

นักฟิสิกส์ค้นพบ 'Holy Grail' ของควอนตัมคอมพิวเตอร์ใน NbRe

ในโลกของการวิจัยวัสดุและฟิสิกส์ควอนตัม มีสิ่งหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกล่าหามาหลายทศวรรษ นั่นคือ Triplet Superconductor หรือ 'ตัวนำยิ่งยวดแบบสปินคู่' — วัสดุที่สามารถนำทั้งกระแสไฟฟ้าและ สปิน (คุณสมบัติควอนตัมของอิเล็กตรอน) ได้โดยไม่มีการสูญเสียพลังงานใดๆ เลย บัดนี้ ทีมนักฟิสิกส์นำโดย ศาสตราจารย์ Jacob Linder จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์เวย์ (NTNU) ได้ค้นพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า โลหะผสม NbRe (ไนโอเบียม-รีเนียม) อาจเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้

ภาพแสดงแนวคิด Qubit ในควอนตัมคอมพิวเตอร์ เปรียบเทียบกับ Bit ธรรมดา — Triplet Superconductor อาจเป็นกุญแจสู่ Qubit ที่เสถียรกว่าเดิมอย่างมาก (ภาพ: Wikimedia Commons)
ภาพแสดงแนวคิด Qubit ในควอนตัมคอมพิวเตอร์ เปรียบเทียบกับ Bit ธรรมดา — Triplet Superconductor อาจเป็นกุญแจสู่ Qubit ที่เสถียรกว่าเดิมอย่างมาก (ภาพ: Wikimedia Commons)

Triplet Superconductor คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของการค้นพบนี้ ต้องย้อนกลับไปที่พื้นฐานของฟิสิกส์ควอนตัม ตัวนำยิ่งยวด (Superconductor) ทั่วไปที่เราใช้งานอยู่เป็น Singlet Superconductor ซึ่งสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้โดยไม่มีความต้านทาน แต่สำหรับการส่งข้อมูลควอนตัมนั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องการวัสดุที่ทำได้มากกว่านั้น

  • Singlet Superconductor: นำกระแสไฟฟ้าแบบไม่มีความต้านทาน แต่ไม่สามารถนำสปินได้
  • Triplet Superconductor: นำทั้งกระแสไฟฟ้าและสปินโดยไม่มีการสูญเสียพลังงาน
  • สปิน คือคุณสมบัติควอนตัมของอิเล็กตรอนที่ใช้เป็น 'บิต' ในการคำนวณ ส่งผ่านสปินได้โดยไม่สูญเสียพลังงาน = ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เร็วและประหยัดพลังงานกว่าเดิมมาก

ถ้าเปรียบง่ายๆ Singlet Superconductor เหมือนถนนที่รถวิ่งได้ฟรีโดยไม่เสียค่าทางด่วน แต่ Triplet Superconductor คือถนนที่ทั้งรถและ ข้อมูลควอนตัม วิ่งได้ฟรีพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการสำหรับคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

NbRe: โลหะผสมนอร์เวย์ที่อาจเปลี่ยนโฉมโลก

ทีมวิจัยของศาสตราจารย์ Linder ซึ่งทำงานร่วมกับนักทดลองในอิตาลี ได้ตรวจสอบโลหะผสม NbRe (Niobium-Rhenium) และพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าวัสดุนี้แสดงพฤติกรรมของ Triplet Superconductor ผลงานนี้ถูกตีพิมพ์ใน Physical Review Letters วารสารฟิสิกส์ชั้นนำระดับโลก และยังได้รับการคัดเลือกเป็น Editor's Recommendation ซึ่งเป็นเกียรติที่มีให้เพียงไม่กี่บทความต่อปี

ปรากฏการณ์ Meissner Effect ในตัวนำยิ่งยวด — ลูกแม่เหล็กลอยเหนือวัสดุตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิต่ำพิเศษ สัญลักษณ์ของ Superconductivity (ภาพ: Wikimedia Commons)
ปรากฏการณ์ Meissner Effect ในตัวนำยิ่งยวด — ลูกแม่เหล็กลอยเหนือวัสดุตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิต่ำพิเศษ สัญลักษณ์ของ Superconductivity (ภาพ: Wikimedia Commons)

จุดเด่นสำคัญของ NbRe คืออุณหภูมิวิกฤต (Critical Temperature) ที่ประมาณ 7 เคลวิน (ประมาณ -266°C) ซึ่งสูงกว่าตัวเลือกที่เป็น Triplet Superconductor หลายตัวที่ต้องการอุณหภูมิต่ำกว่า 1 เคลวิน ความแตกต่างนี้ดูเล็กน้อย แต่ในโลกของการทดลองจริง มันหมายถึงความง่ายในการทดสอบที่แตกต่างกันอย่างมหาศาล

Majorana Particles: ความเชื่อมโยงที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า

นอกจากการนำสปินแบบไร้ความต้านทาน Triplet Superconductor ยังมีความเชื่อมโยงกับอนุภาคลึกลับที่ชื่อว่า Majorana Particles ซึ่งเป็นอนุภาคที่เป็นทั้งอนุภาคและปฏิยานุภาคของตัวเองในเวลาเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถใช้สร้าง Topological Qubits — บิตควอนตัมที่มีความเสถียรสูงกว่า Qubit ปัจจุบันอย่างมาก

  • Qubit ปัจจุบัน: มีอัตราความผิดพลาดสูง ต้องการระบบแก้ไขข้อผิดพลาดที่ซับซ้อน
  • Topological Qubit จาก Majorana Particles: เสถียรกว่ามาก ทนต่อสัญญาณรบกวนจากสิ่งแวดล้อม
  • หาก NbRe เป็น Triplet Superconductor จริง มันอาจเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง Majorana Particles ในห้องทดลอง

Microsoft ได้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในการวิจัย Topological Quantum Computing โดยอิงหลักการเดียวกันนี้ ถ้า NbRe พิสูจน์ได้ว่าเป็น Triplet Superconductor จริง มันอาจเป็นวัสดุหลักที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต้องการ

IBM Q System One ควอนตัมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์รุ่นแรก ที่ใช้ตัวนำยิ่งยวดในการทำงาน — Triplet Superconductor อาจทำให้รุ่นถัดไปมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและใช้พลังงานน้อยลงอย่างมาก (ภาพ: Wikimedia Commons)
IBM Q System One ควอนตัมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์รุ่นแรก ที่ใช้ตัวนำยิ่งยวดในการทำงาน — Triplet Superconductor อาจทำให้รุ่นถัดไปมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและใช้พลังงานน้อยลงอย่างมาก (ภาพ: Wikimedia Commons)

ผลกระทบต่อวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม

ถ้าการค้นพบนี้ได้รับการยืนยัน ผลกระทบต่อวงการเทคโนโลยีจะมหาศาล เพราะปัจจุบัน ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่อย่าง IBM Quantum, Google Sycamore, หรือ IonQ ล้วนมีข้อจำกัดสำคัญอยู่สองข้อ:

  1. Decoherence: Qubit สูญเสียข้อมูลควอนตัมเร็วมากเมื่อสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม
  2. พลังงาน: ต้องใช้ระบบทำความเย็นที่ซับซ้อนและกินไฟมหาศาล

Triplet Superconductor แก้ปัญหาทั้งสองด้านพร้อมกัน ด้วยการสร้าง Qubit ที่เสถียรกว่า (ผ่าน Majorana Particles) และลดพลังงานที่ต้องใช้ในการส่งข้อมูลควอนตัม ซึ่งอาจนำไปสู่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดห้องปฏิบัติการที่เล็กลงและราคาถูกลง ทำให้เข้าถึงได้กว้างขึ้น

ก้าวต่อไป: การพิสูจน์ที่ต้องใช้เวลา

แม้จะน่าตื่นเต้น แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการค้นพบนี้ยังต้องผ่านกระบวนการยืนยันอีกหลายขั้นตอน ก่อนจะสรุปได้ว่า NbRe เป็น Triplet Superconductor จริง:

  • ทีมวิจัยอื่นทั่วโลกต้องทำการทดลองซ้ำและยืนยันผลลัพธ์
  • ต้องทดสอบคุณสมบัติ Triplet Superconductivity เพิ่มเติมในเงื่อนไขที่หลากหลาย
  • ต้องพิสูจน์ว่าสามารถสร้าง Majorana Particles ได้จริงในวัสดุ NbRe
  • ต้องพัฒนาวิธีการผลิต NbRe คุณภาพสูงในระดับอุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์ Linder กล่าวว่า: "ถ้าเราค้นพบตัวนำยิ่งยวดแบบ Triplet มันจะเปิดประตูสู่คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้เร็วสุดขีดโดยใช้พลังงานน้อยมาก นี่ไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่คือการเปลี่ยนแปลงวิธีที่มนุษยชาติประมวลผลข้อมูล"


บริบทของการค้นพบ: ช่วงเวลาทองของควอนตัม

การค้นพบ NbRe มาในช่วงเวลาที่วงการควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพียงเดือนเดียว Quantinuum ประกาศบรรลุ 94 Logical Qubits ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การคำนวณควอนตัมเชิงพาณิชย์ ในขณะที่ Google และ Microsoft ต่างแข่งขันพัฒนาสถาปัตยกรรมควอนตัมของตัวเอง การมี Triplet Superconductor ที่ใช้งานได้จริงจะเป็นเหมือน 'วัตถุดิบใหม่' ที่ทุกค่ายต้องการ

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Physical Review Letters และได้รับการคัดเลือกเป็น Editor's Recommendation — เกียรติที่มอบให้บทความเพียง 15% จากทั้งหมดที่ได้รับการยอมรับ บ่งชี้ว่าชุมชนนักฟิสิกส์ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการค้นพบนี้เป็นอย่างสูง

สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพัฒนาในวงการควอนตัมคอมพิวเตอร์เช่นนี้มีความสำคัญในระยะยาว เพราะเมื่อเทคโนโลยีนี้เติบโตเต็มที่ มันจะเปลี่ยนโฉมทุกสิ่ง ตั้งแต่การเข้ารหัสข้อมูล ยา AI ไปจนถึงการค้นพบวัสดุใหม่ การติดตามความก้าวหน้าในช่วงนี้จึงเป็นสิ่งที่นักเทคโนโลยีและผู้กำหนดนโยบายควรใส่ใจ