All articles
ประวัติศาสตร์วอลล์สตรีท: SEC และ CFTC ลงนาม MOU ยุติสงครามอำนาจ กำกับดูแลคริปโตร่วมกันครั้งแรก

ประวัติศาสตร์วอลล์สตรีท: SEC และ CFTC ลงนาม MOU ยุติสงครามอำนาจ กำกับดูแลคริปโตร่วมกันครั้งแรก

13 มีนาคม 2569 06:24 4 min read

สงครามอำนาจที่กินเวลากว่าทศวรรษสิ้นสุดลงแล้ว

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MOU) ประวัติศาสตร์ ถือเป็นการยุติข้อขัดแย้งด้านเขตอำนาจในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ

สื่อการเงินชั้นนำทั่วโลกพาดหัวเหตุการณ์นี้ว่า สนธิสัญญาสันติภาพแห่งวอลล์สตรีท (The Peace Treaty of Wall Street) เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานต่างแย่งชิงอำนาจกำกับดูแลคริปโตมาตลอด ส่งผลให้ภาคธุรกิจดิจิทัลแอสเซตอยู่ในสภาวะความไม่แน่นอนมาโดยตลอด

Bitcoin และ Ethereum ถูกจัดเป็น Commodity อย่างเป็นทางการ

หนึ่งในสาระสำคัญที่สุดของ MOU ฉบับนี้คือการประกาศจัดหมวดหมู่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ โดย Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ถูกจำแนกเป็น สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities) ซึ่งจะอยู่ภายใต้อำนาจกำกับดูแลของ CFTC เป็นหลัก

ขณะที่โทเคนที่ออกผ่านกระบวนการระดมทุน เช่น Initial Coin Offerings (ICO) และโทเคนที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์ (Securities) ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SEC ต่อไป การแบ่งแยกอำนาจที่ชัดเจนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อุตสาหกรรมคริปโตรอคอยมานานหลายปี

สาระสำคัญของ MOU: สามเสาหลักแห่งการกำกับดูแลร่วม

  1. การแบ่งปันข้อมูล (Information Sharing): สร้างช่องทางแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองด้านตลาด ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมาย และข้อมูลการปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างสองหน่วยงาน
  2. คณะทำงานร่วม (Joint Working Groups): จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์คริปโตใหม่ๆ และกำหนดกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม
  3. การระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution): วางขั้นตอนชัดเจนสำหรับการแก้ไขข้อพิพาทด้านเขตอำนาจ เมื่อผลิตภัณฑ์ดิจิทัลแอสเซตใหม่ล้ำเส้นของทั้งสองหน่วยงาน

Joint Harmonization Initiative: ผู้นำใหม่แห่งยุค

ความร่วมมือครั้งนี้จะนำโดย Joint Harmonization Initiative ซึ่งมีผู้นำร่วม 2 คน ได้แก่ Robert Teply จาก SEC และ Meghan Tente จาก CFTC โดยทั้งคู่จะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนากรอบกำกับดูแลให้เหมาะสมกับนวัตกรรมทางการเงินยุคดิจิทัล

ภายใต้ MOU ฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังจะร่วมกันดำเนินการตรวจสอบข้ามตลาด (Cross-Market Examinations) วิเคราะห์ความเสี่ยง และเฝ้าระวังพฤติกรรมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใกล้ชิด

วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตแบน CBDC 89-10 เสียง

ในช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงข้ามพรรค 89 ต่อ 10 เสียง ห้ามการพัฒนาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency หรือ CBDC) ในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

มติดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้นว่า ระบบการเงินดิจิทัลของประเทศจะเดินหน้าบนเส้นทางของคริปโตเคอร์เรนซีเอกชน ไม่ใช่ผ่านการควบคุมโดยรัฐในรูปแบบ CBDC

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต: จากเขตเทา สู่แสงสว่างแห่งกฎหมาย

นักวิเคราะห์มองว่า MOU ฉบับนี้จะเปิดประตูให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดคริปโตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านกฎหมายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนคลื่นการลงทุนสถาบันระลอกใหม่ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

ราคา Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวขึ้นทันทีที่มีการประกาศข่าว สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อทิศทางกฎหมายที่มีความชัดเจนมากขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการสินทรัพย์ดิจิทัล

เสียงจากอุตสาหกรรม: ก้าวสำคัญที่รอคอยมานาน

ผู้นำในวงการคริปโตต่างออกมาแสดงความยินดีต่อข้อตกลงนี้ ถือเป็นโมเมนต์สำคัญที่อุตสาหกรรมดิจิทัลแอสเซตรอคอยมานานกว่าสิบปี ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมายที่ผ่านมาทำให้บริษัทคริปโตหลายแห่งต้องย้ายฐานออกนอกสหรัฐฯ ไปยังประเทศที่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนกว่า อย่างสิงคโปร์ ยูเออี และสวิตเซอร์แลนด์

ด้วย MOU ฉบับนี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสหรัฐฯ จะสามารถดึงดูดบริษัทดิจิทัลแอสเซตระดับโลกกลับมาตั้งฐานในประเทศได้ และจะทำให้อเมริกากลับมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลของโลกอีกครั้ง


MOU ระหว่าง SEC และ CFTC ฉบับนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ และมีแนวโน้มสูงที่จะส่งผลต่อแนวทางกำกับดูแลคริปโตในระดับสากลด้วย เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก