วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซรุนแรง: อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ น้ำมันพุ่งทะลุ $100 — ผู้นำสูงสุดคนใหม่ประกาศ "ปิดช่องแคบตลอดกาล"
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซเลวรระดับในวันที่ 15-16 มีนาคม 2026 เมื่อกองกำลังปฏิวัติอิหร่าน โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันพลเรือน 6 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือบรรทุกสัญชาติไทย 1 ลำ ท่ามกลางความพยายามของสหประชาชาติในการเจรจาหยุดยิง
เมาะห์ตับา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะ "ปิดตลอดกาลจนกว่าการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะสิ้นสุด" และขู่ว่าหากภาคตะวันตกเข้าแทรกแซง ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง $200/บาร์เรล
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
IEA ยืนยันว่านี่คือ การขาดแคลนน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสหรัฐฯ เตรียมปล่อยสำรองน้ำมันเชิงกลยุทธ์ (SPR) จำนวนมหาศาล ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ $100/บาร์เรล ส่งผลให้หุ้นทั่วโลกดิ่งลง และค่าเงินบาทอ่อนค่าเฉียบพลันตามภูมิภาคเอเชีย
อิรัก ถูกบังคับให้ปิดเทอร์มินัลน้ำมันทางใต้ชั่วคราว ขณะที่ ซาอุดีอาระเบีย เร่งเปิดก๊าซธรรมชาติและเพิ่มกำลังการผลิตจากสายทางอื่นเพื่อชดเชย บริษัทน้ำมันไทยหลายแห่งเริ่มปรับราคาน้ำมันในประเทศ
สิ่งที่เกิดขึ้นในฮอร์มุซไม่ใช่แค่วิกฤตภูมิภาค — มันเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่ใช้น้ำมัน ทุกครัวเรือนทุกประเทศ
— Fatih Birol ผู้อำนวยการ IEA
สถานการณ์ไทย
กรมธุรกิจพลังงานเร่งประชุมฉุกเฉิน หลังเรือบรรทุกสัญชาติไทยถูกยิงปืนใส่ในอ่าวเปอร์เซีย ลูกเรือชาวไทย 23 คนปลอดภัย แต่เรือได้รับความเสียหาย รัฐบาลไทยเตรียมอพยพนักเรียนไทยจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และสั่งการให้ PTT วางแผนรับมือราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 50 บาท/ลิตร
การวิเคราะห์: วิกฤตฮอร์มุซครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลก — ไม่แค่ในแง่ราคาพลังงาน แต่ในแง่สถาปัตยกรรมพลังงานโลกที่อาจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและ EV อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน