All articles
Thailand 4.0: Digital Wallet ประสบความสำเร็จหรือไม่?

Thailand 4.0: Digital Wallet ประสบความสำเร็จหรือไม่?

12 มีนาคม 2569 15:00 3 min read

นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ Digital Wallet 10,000 บาท เป็นหนึ่งในนโยบายที่เป็นที่ถกเถียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทย โดยมีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ผ่านการแจกเงินสดให้ประชาชนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ หลังจากผ่านไปหลายเดือนตั้งแต่เริ่มโครงการ มาวิเคราะห์กันว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจริงเป็นอย่างไร

ระบบ digital payment กลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุค Thailand 4.0
ระบบ digital payment กลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุค Thailand 4.0

ผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะสั้น

ในไตรมาสแรกที่เปิดโครงการ GDP ของไทยขยายตัวเหนือคาด โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าปลีกและอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไป ประชาชนส่วนใหญ่ใช้เงิน wallet ซื้อของที่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ใช้แล้วหมดทันที ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงว่า ประมาณ 60% ของเงิน wallet ถูกใช้ในพื้นที่จังหวัด ไม่ใช่กรุงเทพฯ ซึ่งตรงกับเป้าหมายกระจายรายได้ของรัฐบาล

ข้อวิจารณ์และความกังวล

ท่ามกลางผลบวกทางเศรษฐกิจระยะสั้น มี ความกังวลหลายประการ ที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็น ประการแรกคือ งบประมาณของรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 500,000 ล้านบาท ประการที่สองคือ inflation risk ที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดเงินเข้าระบบ และประการที่สามคือ ความเป็นไปได้ของการทุจริต ในระบบการลงทะเบียนผู้รับสิทธิ แม้รัฐบาลจะอ้างว่ามีระบบ KYC ที่เข้มงวด แต่ยังพบผู้ได้รับสิทธิที่ไม่ตรงตามเกณฑ์หลายร้อยคน

การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงินสดเป็นเหมือนยาแก้ปวด ช่วยได้จริง แต่ถ้าใช้บ่อยเกินไปจะทำลายร่างกายในระยะยาว

— ดร.สมชาย แสวงการณ์, นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส

บทเรียนสำหรับ Digital Economy ไทย

สิ่งที่น่าสนใจจากนโยบาย Digital Wallet คือ ระบบ digital payment infrastructure ของไทยพัฒนาขึ้นมาก หลังโครงการ แอปพลิเคชัน PromptPay และระบบ QR payment ที่ผู้คนใช้รับเงิน wallet ทำให้ ร้านค้าระดับท้องถิ่นเริ่มยอมรับ digital payment มากขึ้น จากที่เคยใช้เงินสดเป็นหลัก สิ่งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ที่มุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยจาก agriculture-based สู่ value-based economy ที่พึ่งพาเทคโนโลยี

  • ด้านบวก: กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น, ขยายฐานผู้ใช้ digital payment ในต่างจังหวัด, กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
  • ด้านลบ: หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น, ความเสี่ยงเงินเฟ้อ, ปัญหาความโปร่งใสในระบบลงทะเบียน
  • บทเรียน: การสร้าง digital infrastructure ควรทำอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ผ่านนโยบายกระตุ้นแบบ one-time

โดยสรุป Digital Wallet เป็นนโยบายที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างชัดเจน หากมองในมุมของการสร้าง digital economy foundation นโยบายนี้ได้ผลในการกระตุ้นให้ประชาชนและร้านค้าระดับท้องถิ่นเริ่มใช้ระบบ digital payment แต่ในมุมของความยั่งยืนทางการคลัง การใช้เงินกู้เพื่อจ่ายเงินสดให้ประชาชนเป็นแนวทางที่ ต้องใช้อย่างระมัดระวังและไม่ควรทำซ้ำ อนาคตของ Thailand 4.0 ควรมุ่งเน้นการลงทุนใน digital infrastructure และการศึกษาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของคนไทย มากกว่าการกระตุ้นด้วยเงินสด