All articles
UNESCO เพิ่ม 26 แหล่งมรดกโลกใหม่ในปี 2568: จากพระราชวังโบราณมิโนอันในกรีซ สู่เมืองโจรสลัดจมทะเลในจาเมกา และป้อมมาราทาในอินเดีย

UNESCO เพิ่ม 26 แหล่งมรดกโลกใหม่ในปี 2568: จากพระราชวังโบราณมิโนอันในกรีซ สู่เมืองโจรสลัดจมทะเลในจาเมกา และป้อมมาราทาในอินเดีย

14 มีนาคม 2569 18:06 5 min read

เมื่อกลางปี 2568 คณะกรรมการมรดกโลกของ UNESCO ได้ประชุมครั้งที่ 47 ณ กรุงปารีส และลงมติเพิ่มแหล่งมรดกโลกใหม่ถึง 26 แห่ง ทำให้ยอดรวมทั่วโลกพุ่งสู่ 1,248 แห่งใน 170 ประเทศ แหล่งใหม่เหล่านี้ครอบคลุมทั้งอารยธรรมโบราณ ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าพิเศษต่อมนุษยชาติ นักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์ทั่วโลกต่างตื่นเต้นกับข่าวนี้อย่างมาก

พระราชวัง Knossos บนเกาะครีต กรีซ — แหล่งมรดกโลก UNESCO ล่าสุด ศูนย์กลางอารยธรรมมิโนอันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป (ภาพ: Wikimedia Commons)
พระราชวัง Knossos บนเกาะครีต กรีซ — แหล่งมรดกโลก UNESCO ล่าสุด ศูนย์กลางอารยธรรมมิโนอันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป (ภาพ: Wikimedia Commons)

1. พระราชวังมิโนอัน กรีซ — อารยธรรมยุโรปที่เก่าแก่ที่สุด

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของการประกาศครั้งนี้คือการได้รับสถานะมรดกโลกของพระราชวังมิโนอัน 6 แห่งบนเกาะครีต ได้แก่ Knossos, Phaistos, Malia, Zakros, Zominthos และ Kydonia แหล่งเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานอันโดดเด่นของอารยธรรมมิโนอัน ซึ่งเจริญรุ่งเรืองระหว่างราว 2,800–1,100 ปีก่อนคริสตกาล และได้รับการยกย่องว่าเป็นอารยธรรมยุโรปที่ซับซ้อนที่สุดในยุคนั้น

พระราชวัง Knossos ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมือง Heraklion เป็นที่โดดเด่นที่สุด ผูกพันกับตำนานของกษัตริย์ Minos และสัตว์ประหลาด Minotaur ในเขาวงกต พระราชวังแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเมือง พิธีกรรม และเศรษฐกิจของอารยธรรมมิโนอัน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส งานประติมากรรม และระบบระบายน้ำที่ก้าวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปกรีซในปี 2569 จึงควรรวมเกาะครีตไว้ในแผนการเดินทาง เพราะนอกจากชายหาดสวยงามระดับโลกแล้ว ยังสามารถสัมผัสกับอารยธรรมที่เก่าแก่กว่า 4,000 ปีได้โดยตรง

2. Port Royal จาเมกา — เมืองโจรสลัดจมทะเลใต้น้ำ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการ UNESCO ได้ประกาศให้ The Archaeological Landscape of 17th Century Port Royal ในจาเมกาเป็นมรดกโลก Port Royal ตั้งอยู่ที่ปากอ่าว Kingston เคยเป็นนิคมอังกฤษที่สำคัญที่สุดในซีกโลกตะวันตก เป็นศูนย์กลางการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และยังเป็นที่รู้จักกันในนาม 'เมืองโจรสลัด' หรือ Wickedest City on Earth

ในปี ค.ศ. 1692 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นสึนามิที่ทำให้เมืองส่วนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล ซากเมืองที่อยู่ใต้น้ำลึกถึง 12 เมตรยังคงสภาพดีผิดปกติ ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น 'ปอมเปอีแห่งแคริบเบียน' เพราะรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ได้ราวกับจับเวลาหยุด นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 นักดำน้ำและนักโบราณคดีจากทั่วโลกมาขุดค้นและบันทึกสิ่งที่ค้นพบอย่างต่อเนื่อง

ภาพวาดประวัติศาสตร์แสดงอ่าว Port Royal จาเมกา ในปี 1782 หลังจากเมืองส่วนใหญ่จมอยู่ใต้ทะเลจากแผ่นดินไหวปี 1692 (ภาพ: Wikimedia Commons)
ภาพวาดประวัติศาสตร์แสดงอ่าว Port Royal จาเมกา ในปี 1782 หลังจากเมืองส่วนใหญ่จมอยู่ใต้ทะเลจากแผ่นดินไหวปี 1692 (ภาพ: Wikimedia Commons)

สถานะมรดกโลก UNESCO ทำให้จาเมกากลายเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศแคริบเบียนที่พูดภาษาอังกฤษ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักดำน้ำประวัติศาสตร์จากทั่วโลกมาสู่ Kingston มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3. ป้อมทหาร Maratha อินเดีย — ป้อมปราการแห่งจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่

Maratha Military Landscapes of India ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอันดับที่ 44 ของอินเดีย ประกอบด้วยป้อมปราการ 12 แห่งในรัฐมหาราษฏระและรัฐทมิฬนาฑู ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิปัญญาทางการทหารของจักรวรรดิมาราทา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึง 19 ได้แก่ ป้อม Salher, Shivneri, Lohagad, Khanderi, Raigad, Rajgad, Pratapgad, Suvarnadurg, Panhala, Vijaydurg, Sindhudurg และ Gingee

ป้อมเหล่านี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งและบนเทือกเขา Western Ghats สร้างขึ้นเป็นระบบป้องกันที่ซับซ้อน รองรับการควบคุมเส้นทางการค้าและการขยายอำนาจของจักรวรรดิ Maratha ที่เคยครองคาบสมุทรอินเดียในช่วงรุ่งเรือง Shivaji Maharaj กษัตริย์ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิ ใช้ป้อมเหล่านี้เป็นฐานทัพสำคัญในการต่อสู้กับจักรวรรดิโมกุล

ป้อม Sindhudurg ในรัฐมหาราษฏระ อินเดีย — หนึ่งในป้อม Maratha 12 แห่งที่ได้รับสถานะมรดกโลก UNESCO สร้างโดย Shivaji Maharaj บนเกาะกลางทะเล (ภาพ: Wikimedia Commons)
ป้อม Sindhudurg ในรัฐมหาราษฏระ อินเดีย — หนึ่งในป้อม Maratha 12 แห่งที่ได้รับสถานะมรดกโลก UNESCO สร้างโดย Shivaji Maharaj บนเกาะกลางทะเล (ภาพ: Wikimedia Commons)

4. หินตั้ง Carnac ฝรั่งเศส — ปริศนาหิน 6,000 ปีที่ยิ่งใหญ่กว่า Stonehenge

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้นักโบราณคดีและนักท่องเที่ยวทั่วโลกตื่นเต้น คือการขึ้นทะเบียนหินตั้ง Carnac ในแคว้น Brittany ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส พื้นที่นี้มีหินตั้ง (menhirs) กว่า 3,000 ก้อน เรียงตัวเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นเมื่อกว่า 6,000 ปีที่แล้วในยุค Neolithic ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า Stonehenge ในอังกฤษ

หินตั้ง Menhirs ใกล้เมือง Carnac แคว้น Brittany ฝรั่งเศส — สิ่งมหัศจรรย์ยุค Neolithic ที่เพิ่งได้รับสถานะมรดกโลก UNESCO มีอายุกว่า 6,000 ปี (ภาพ: Wikimedia Commons CC BY-SA 4.0)
หินตั้ง Menhirs ใกล้เมือง Carnac แคว้น Brittany ฝรั่งเศส — สิ่งมหัศจรรย์ยุค Neolithic ที่เพิ่งได้รับสถานะมรดกโลก UNESCO มีอายุกว่า 6,000 ปี (ภาพ: Wikimedia Commons CC BY-SA 4.0)

จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่ามนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์สร้างสิ่งก่อสร้างนี้ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด ทฤษฎีต่างๆ ชี้ไปที่พิธีกรรมทางศาสนา การดูดาว หรือการทำเครื่องหมายขอบเขตดินแดน ความลึกลับนี้เองที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายแสนคนมาเยือน Carnac ทุกปี และด้วยสถานะมรดกโลกใหม่ คาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

แหล่งมรดกโลกใหม่อื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • พระราชวัง Neuschwanstein และพระราชวังบาวาเรียอื่นๆ ในเยอรมนี — ปราสาทในเทพนิยายที่เป็นแรงบันดาลใจออกแบบปราสาทในดิสนีย์
  • เส้นทางสายไหมในทาจิกิสถาน — หนึ่งในเส้นทางการค้าโบราณที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์
  • หมู่เกาะ Dampier Archipelago ออสเตรเลีย — แหล่งงานศิลปะหินของชาวอะบอริจินที่เก่าแก่กว่า 40,000 ปี
  • เส้นทางข้ามคอคอด Panama — มรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมมหาสมุทรสองแห่งตั้งแต่ยุคอาณานิคม

กระแสการท่องเที่ยวเชิงมรดก (Heritage Tourism) เติบโต 6.4%

รายงานล่าสุดจาก Travel and Tour World (TTW) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ระบุว่า Heritage Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมมีการเติบโต 6.4% ต่อปี ขับเคลื่อนโดยความสนใจด้านประวัติศาสตร์ การกระจายตัวของข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย และความต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมายและแตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป

การที่ UNESCO เพิ่มแหล่งใหม่ 26 แห่งในคราวเดียว ซึ่งรวมถึงแหล่งในแอฟริกา 4 แห่ง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามขององค์กรในการกระจายการรับรู้มรดกโลกให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคและทุกวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น มิใช่เพียงเฉพาะประวัติศาสตร์ยุโรปหรือตะวันตกเท่านั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปยุโรปหรือแคริบเบียนในปี 2569 แหล่งมรดกโลกใหม่เหล่านี้ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด ทั้งพระราชวัง Knossos ในเกาะครีต ปราสาท Neuschwanstein ในเยอรมนี หรือหินตั้ง Carnac ในฝรั่งเศส ล้วนเป็นประสบการณ์ที่จะฝังอยู่ในความทรงจำตลอดชีวิต