All articles
สหรัฐฯ งัดมาตรา 301 สอบสวนไทย: วิกฤตส่งออกครั้งใหม่ หลังยอดเกินดุลการค้าพุ่ง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์

สหรัฐฯ งัดมาตรา 301 สอบสวนไทย: วิกฤตส่งออกครั้งใหม่ หลังยอดเกินดุลการค้าพุ่ง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์

14 มีนาคม 2569 18:35 4 min read

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปิดการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่ต่อ 16 ประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่มีพฤติกรรมการค้า 'ไม่เป็นธรรม' ต่อสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับสงครามการค้าอีกขั้น หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยพลิกคว่ำภาษีนำเข้าแบบ IEEPA ของทรัมป์ก่อนหน้านี้

ท่าเรือขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ — สัญลักษณ์ของการค้าระหว่างประเทศที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
ท่าเรือขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ — สัญลักษณ์ของการค้าระหว่างประเทศที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

มาตรา 301 คืออะไร และทำไมถึงน่ากลัวกว่าภาษี IEEPA?

มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 เป็นเครื่องมือทางการค้าที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งในคลังแสงของสหรัฐฯ เปิดทางให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) สอบสวนนโยบายและพฤติกรรมทางการค้าของประเทศอื่น และหากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำที่ 'ไม่สมเหตุสมผล' หรือ 'เลือกปฏิบัติ' ก็สามารถกำหนดภาษีนำเข้าหรือมาตรการตอบโต้ได้โดยไม่จำกัดเพดาน ต่างจากมาตรา IEEPA ที่ถูกศาลฎีกาพลิกคว่ำ เพราะมาตรา 301 มีการตีความที่กว้างกว่าและยืนหยัดในทางกฎหมายได้ดีกว่า

สาเหตุที่ไทยถูกจับตาครั้งนี้ มาจาก ยอดดุลการค้าที่ไทยเกินสหรัฐฯ สูงถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งทำให้สหรัฐฯ มองว่าไทยได้เปรียบเชิงโครงสร้างอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่อเนื่องถึง 2 ปี ซึ่งสหรัฐฯ ตีความว่าเป็น 'กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง' (Structural Excess Capacity) ที่กดราคาสินค้าส่งออกอย่างไม่ยุติธรรม

3 กลุ่มสินค้าไทยที่เสี่ยงสูงสุด

  1. ยานยนต์และชิ้นส่วน — ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญของโลก ส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเฉพาะรถกระบะและรถอเนกประสงค์
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ — สินค้าส่งออกหลักของไทย มีความเสี่ยงสูงหากสหรัฐฯ พิสูจน์ได้ว่ามีการถ่ายสินค้าจากจีนผ่านไทย (Transshipment)
  3. ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง — ไทยครองส่วนแบ่งตลาดยางโลกสูง แต่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องราคาตลาดและการอุดหนุนจากรัฐ
โรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม — ภาคการผลิตของไทยเผชิญแรงกดดันจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ
โรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม — ภาคการผลิตของไทยเผชิญแรงกดดันจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ

ไทยต้องทำอะไรและเมื่อไร?

กระทรวงพาณิชย์ไทยตั้งทีมพิเศษนำโดยปลัดกระทรวงเพื่อรับมือโดยเฉพาะ กำหนดการสำคัญมีดังนี้:

  • 15 เมษายน 2026: กำหนดส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR
  • 5 พฤษภาคม 2026: การพิจารณาสาธารณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
  • หากไม่สามารถตกลงกันได้ สหรัฐฯ อาจกำหนดภาษีเพิ่มเติมได้สูงถึง 40-46% บนสินค้าที่ถูกพิสูจน์ว่ากระทำการค้าไม่เป็นธรรม

บริบทใหม่: หลังศาลฎีกาพลิกคว่ำ IEEPA

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยในคดี Learning Resources, Inc. v. Trump ว่าการใช้อำนาจ IEEPA เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าในวงกว้างเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ทรัมป์ตอบโต้ทันทีโดยประกาศภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลกภายใต้ Section 122 แทน ซึ่งลดลงจากเดิม 19% แต่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อผู้ส่งออกไทย ก่อนจะเดินหน้าต่อด้วยการเปิดสอบสวนมาตรา 301 ครั้งนี้

กราฟแสดงตัวเลขเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ — ไทยเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน
กราฟแสดงตัวเลขเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ — ไทยเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2026

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่า GDP ไทยปี 2026 จะโตเพียง 1.6-1.7% ต่ำที่สุดในรอบสามทศวรรษ ส่วนหนึ่งมาจากความไม่แน่นอนทางการค้ากับสหรัฐฯ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2026 ในช่วง -3.1% ถึง +1.1% โดยมาตรการภาษีสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงขาลงหลัก รัฐบาลไทยพยายามเดินหน้าเจรจา FTA กับ EU และเกาหลีใต้เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมประกาศปี 2026 เป็น 'ปีแห่งการลงทุน' เพื่อดึงดูดทุนต่างชาติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศมองว่า การสอบสวนมาตรา 301 ครั้งนี้คือ 'ไม้ตาย' ของทรัมป์เพื่อบีบให้ไทยเปิดตลาดสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น ลดกำแพงภาษีนำเข้า และแก้ปัญหาการถ่ายสินค้าผ่านไทย (Transshipment) ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นช่องทางให้สินค้าจีนหลีกเลี่ยงภาษีเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีเวลาประมาณ 1 เดือนในการเตรียมคำชี้แจงก่อนกำหนดส่ง 15 เมษายน 2026